วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559

รับสมัครงาน


สมัครกิฟฟารีน

สมัครสมาชิกกิฟฟารีน 180 บาท ตลอดชีพ

* เป็นผู้ซื้อใช้สินค้ากิฟฟารีน รับส่วนลด 25%
* เปลี่ยนจากผู้ซื้อเป็นผู้มีรายได้
* เป็นผู้บริหารทีมผู้ใช้สินค้า (สร้างรายได้ที่มั่นคง)

สมัครกิฟฟารีน กับเรา  ได้อะไรบ้าง ?

การสมัครกิฟฟารีน ทางออนไลน์กับ เรามีความประสงค์เพื่อความสะดวกของทุกท่าน ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลจากศูนย์กิฟฟารีน อยู่ต่างจังหวัด ไม่อยากเดินทางไปสมัครเอง ทำงานเยอะไม่มีเวลา หรือเหตุผลอื่นๆ ที่ทำให้ท่านไม่สะดวกในการสมัคร giffarine ด้วยเหตุนี้ทางเราจึงอำนวยความสะดวกตรงจุดนี้ให้แก่ทุกทคน เพียงแค่กรอกใบสมัครสมาชิกด้านล่างให้ครบถ้วนเท่านั้นเป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ (ทางเราจะมีทีมงานออนไลน์ไปแจ้งรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง)

ผู้ที่สนใจเป็นนักธุรกิจกิฟฟารีน หรือเพื่อสร้างรายได้เสริม 

ทางเราก็จะมีทีมงานหรือผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจกิฟฟารีนด้านนี้โดยเฉพาะ (ทำมากกว่า 10 ปี) จะให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำ เทคนิคการทำธุรกิจกิฟฟฟารีนว่าทำอย่างไร เริ่มต้นอย่างไร ทีมงานเราจะไม่มีการบังคับใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเราถือว่านี่คือธุรกิจของคุณเอง ต้องสร้างเอง  ส่วนที่พูดๆ กันว่า “ต้องขาย ต้องหาคน”  กิฟฟารีนนั้นให้อิสระทางธุรกิจกับคุณจริงๆ คือ อันนี้แล้วแต่คุณเลย จะขาย จะซื้อ หรือทั้งซื้อทั้งขาย (ทำธุรกิจส่วนตัว กิจการตัวเอง) แต่เพียงแค่ซื้ออย่างเดียวก็ยังเป็นรายได้เช่นกัน ต้องบอกคราวๆ เช่นนี้ เอาไว้ถ้าใครสนใจจริงๆ เทคนิคต่างๆ คุณจะได้รับเรียนรู้หมด และอีกช่องทางที่ตอนนี้กำลังมาแรง คือ เว็บส่วนตัว เว็บโปรโมตของตัวเองเพื่อที่จะใ้ช้ทำกิฟฟารีนออนไลน์ ตรงจุดนี้เราก็มีการสอนให้ (ฟรีๆ เลยนะจะบอกให้ !  ^_^ )

ผู้ที่สนใจซื้อสินค้ากิฟฟารีนใช้อย่างเดียว

สำหรับผู้ที่สมัครกิฟฟารีนเพื่อซื้อสินค้า giffarine ใช้ ก็จะได้รับความดูแลจากเราเช่นกัน หมายความว่าอย่างไร ก็คือเราจะให้ข้อมูลสินค้า แนะนำสินค้า ข่าวสารโปรโมชั่น สินค้ามาใหม่ เราจะจัดส่งไปให้รับทราบกัน เพียงแค่ท่านเป็นสมาชิกกับ  เท่านั้น แถมมีบริการพิเศษๆ อีก ถ้าคุณซื้อสินค้าแล้วต้องการให้ทางเราทำการจัดส่งไปให้เราก็มีบริการนี้ มีกลุ่มออนไลน์สำหรับพูดคุยตลอดเวลา (มีเยอะจริงๆ) เอาไว้เจอกันนะค่ะแล้วจะรู้ว่าเรามีบริการดีๆ ให้กับคุณเป็นพิเศษ

* สมัครครั้งเดียว สมาชิกภาพตลอดชีพ * สินค้ารับประกันความพอใจ

สิทธิประโยชน์ของสมาชิกกิฟฟารีน
1. สมาชิกจะได้รับส่วนลดพื้นฐาน 25% จากราคาขายในแคตตาล็อค
2. รายได้จากการดำเนินธุรกิจอิสระ โดยการสร้างองค์กรผู้จำหน่าย ซึ่งบริษัทฯ เป็นผู้อบรมให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ
3. ประกันอุบัติภัย 120,000 – 320,000 บาท
สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกกิฟฟารีนที่มีความสนใจทำธุรกิจ
1. สมาชิกจะได้รับส่วนลดพื้นฐาน 25% จากราคาขายในแคตตาล็อค
2. รายได้จากการดำเนินธุรกิจอิสระ โดยการสร้างองค์กรผู้จำหน่าย ซึ่งบริษัทฯ เป็นผู้อบรมให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ
3. ประกันอุบัติภัย 120,000 – 320,000 บาท
4. ผู้บริหารระดับพาราไดซ์ขึ้นไป ที่เข้าเงื่อนไขของบริษัทฯ จะได้รับการประกันอุบัติภัยในวงเงิน 500,000 – 1,000,000 บาท และจะได้รับค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ ในวงเงิน 50,000 – 100,000 บาทด้วย
5. สิทธิเข้าร่วมการแข่งขันท่องเที่ยวต่างประเทศของทางบริษัทฯ
6. สิทธิเข้าร่วมการแข่งขัน Rally Rewards ชิงรางวัลเงินสดสูงสุด 1,000,000 บาท
7. สิทธิเข้าร่วมแข่งขันรายการอื่นๆ ตามเงื่อนไขของทางบริษัทฯ
การสมัครเป็นสมาชิกกิฟฟารีน
1. ค่าเอกสารชุดสมัคร 180 บาท พร้อมรับคู่มือการดำเนินธุรกิจและอุปกรณ์ช่วยการขาย
2. กรอกข้อมูลการสมัครให้ถูกต้องชัดเจนโดยต้องมีรหัสสมาชิกผู้แนะนำ
3. ผู้สมัครต้องมีอายุตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไปในวันสมัครสมาชิก
4. ผู้สมัครต้องไม่เคยมีชื่อปรากฏในทะเบียนสมาชิกของบริษัทฯ มาก่อน
5. กรณีของสามี ภรรยา (นิตินัย พฤตินัย) ถือเป็นบุคคลเดียวกันให้สมัครร่วมกันได้ โดยใช้รหัสสมาชิกเดียวกัน
สนใจสมัครสมาชิก โทร 094-1948478 วันพุธ
Fanpage::วันพุธ giffarine
Email::chilapon.pila@gmail.com
Line id ::Chilaporn2527
จะใช้รหัสผู้แนะนำไปสมัครที่ศูนย์กิฟฟาริน 132001143 ไปสมัครที่ศูนย์กิฟฟารินทั่วประเทศค่ะ



ธุรกิจที่คุณเป็นเจ้าของกิจการได้อย่างดีเยี่ยมค่ะ
หรือศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจที่
http://anattara.com/?id=10275

แคลเซียมสำหรับเด็ก

 1.กิฟฟารีน แคลซีน มิลค์แคลซีน  Giffarine Calcine (Milk) เม็ดอมรสนม 
  

2.กิฟฟารีน แคลซีน โกโก้แคลซีน  Giffarine Calcine (Coco) เม็ดอมรสนม และโกโก้
  

 3.กิฟฟารีน แคลซีน ออเรนจ์เฟลเวอร์แคลซีน  Giffarine Calcine (Orange)

   เม็ดอมรสนม กลิ่นส้ม
  
 4. กิฟฟารีน แคลซีน สตรอเบอรี่เฟลเวอร์แคลซีน Giffarine Calcine (Strawberry)
   เม็ดอมรสนม กลิ่นสตรอเบอรี่
  

หน้าที่สำคัญของแคลเซี่ยม 
1.  เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ป้องกันความผิดปกติของกระดูก เช่น กระดูกหักง่าย หลังโก่งงอ
     กระดูกเรียงผิดรูป หรือฟันโยกหลุดง่าย
2.  ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
3.  ป้องกันการปวดเกร็งในช่องท้องในผู้หญิงระหว่างมีประจำเดือน
4.  ลดอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ และอาการชาตามปลายมือ ปลายเท้า
5.  ช่วยให้การเจริญเติบโตในด้านความยาว และความแข็งแรงของเด็กในวัยเจริญเติบโต

   วัย                               ปริมาณแคลเซียมต่อวัน (มก.)
   เด็กเล็ก 1 -6 ปี                800
   เด็กวัยรุ่น                        1200
   สตรีหมดประจำเดือน       1200
   สตรีมีครรภ์ให้นมบุตร      1200
   ผู้ใหญ่                             800 

***รับประทานแคลเซี่ยมมาก ๆ นาน ๆ จะอันตรายหรือไม่ ?
    ไม่อันตรายเลย ถ้าไม่เกินความต้องการประจำวัน (RDI) เช่น ไม่เกิน 800 มก./วัน ในผู้ใหญ่ และเด็กอายุเกิน 1 ปี หรือไม่เกิน 1200 มก./วัน ในผู้หญิงตั้งครรภ์ให้นมบุตร หรือสตรีวัยหมดประจำเดือน ไม่มีอันตรายครับ ไม่มีรายงานว่าจะเป็นนิ่ว หรือกระดูกงอก หรืออันตรายอื่นๆใดเลย ยกเว้นผู้เป็นโรคไตวายเท่านั้นต้องระวัง เพราะคนเป็นโรคไตวาย มักจะต้องจำกัดอาหารฟอสฟอรัส อาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงจำนวนมากจะมีฟอสฟอรัสสูงด้วย เช่น นม ซึ่งคนเป็นโรคไตวายควรหลีกเลี่ยงครับ
    การได้รับแคลเซี่ยมในปริมาณน้อยกว่า 2000 มก. ถือว่าปลอดภัย สำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ทั่วไป ถ้าในปริมาณที่มากกว่า 2000 มก./วัน ถือว่าไม่ปลอดภัย และอาจเป็นอันตรายได้ ถ้าได้รับเช่นนี้ต่อเนื่องหลายๆวัน ติดๆกัน โดยจะทำให้ท้องผูกและอาจทำให้เป็นนิ่วในไตหรือในระบบปัสสาวะได้ 

    สรุปแล้ว แคลเซี่ยม ที่พอเพียงมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย บำรุงกระดูก การขาดแคลนมีผลทำให้ความสูงหยุดชะงักได้ องค์ประกอบที่จะสูงไม่ได้มาจากแคลเซี่ยมแต่เพียงอย่างเดียว อาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงหลากหลายให้เลือก และนมเป็นอาหารที่ท่านง่ายที่สุด ในกรณีที่ทานนมไม่ได้ ก็อาจทานอาหารชนิดอื่นหรืออาหารสุขภาพที่ปลอดภัย ซึ่งเสริมแคลเซี่ยมในบ้านเราก็มีหลายชนิดโดยทานปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป ก็จะเป็นการใส่ใจดูแลทางโภชนาการที่สมบูรณ์
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ "แคลเซียม" สำหรับเด็ก



HEALTH NEWS
หน้าที่สำคัญของแคลเซี่ยม 
1.  เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ป้องกันความผิดปกติของกระดูก เช่น กระดูกหักง่าย หลังโก่งงอ กระดูกเรียงผิดรูป หรือฟันโยกหลุดง่าย
2.  ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
3.  ป้องกันการปวดเกร็งในช่องท้องในผู้หญิงระหว่างมีประจำเดือน
4.  ลดอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ และอาการชาตามปลายมือ ปลายเท้า
5.  ช่วยให้การเจริญเติบโตในด้านความยาว และความแข็งแรงของเด็กในวัยเจริญเติบโต

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแคลเซี่ยม
1. แคลเซี่ยม จำเป็นต่อการเติบโตของกระดูก และเรื่องของความสูงหรือไม่ ? 
    คำตอบคือ จำเป็นครับเพราะแคลเซี่ยมและฟอสฟอรัสคือ แร่ธาตุหลักของกระดูก " เมื่อมีการขาดแคลเซี่ยมในระยะเติบโต ทำให้แคลเซี่ยมจากกระดูกถูกดึงออกมาใช้ภายนอกเซลล์ เพื่อช่วยในการปรับสภาพอิเลคโตรไลต์ของร่างกายให้สมดุลย์ ปริมาณแคลเซี่ยมในกระดูกจึงยิ่งลดลง มีผลทำให้การเติบโตด้านความสูงของเด็กหยุดชะงักได้ "

2. ความสูงขึ้นอยู่กับแคลเซียมเท่านั้นหรือ ? 
     คำตอบคือ ไม่ใช่ครับแคลเซี่ยมจำเป็นต่อกระดูกเหมือนแสงแดดจำเป็นต่อต้นไม้ แต่ต้นไม้ไม่ได้ต้องการแสงแดด เพียงอย่างเดียวครับ ต้นไม้ต้องการ ปุ๋ย ดิน น้ำ ด้วย ปัจจัยที่ช่วยให้สูงได้ไม่ใช่แคลเซียมอย่างเดียว มีหลายอย่างที่สำคัญ มีดังนี้
     2.1 อายุ 
          - เด็กสาว จะหยุดสูงเมื่ออายุกระดูก 16 ปีโดยประมาณ หลังจากมีประจำเดือนแล้ว 3 ปี (โดยปกติเด็กสาวจะมีเต้านมก่อน จากนั้นอีกประมาณ 2 ปีจึงจะมีประจำเดือน) ในกรณีที่เด็กสาวมีประจำเดือนเร็ว อาจสูงได้อีก 5-7 ซ.ม. และหยุดสูง หลังจากมีประจำเดือนแล้วประมาณ 3 ปี
          - เด็กชาย มักจะหยุดสูงเมื่ออายุกระดูก 18 ปี คือประมาณ 3 ปี หลังจากเสียงแตก
          - อย่างไรก็ตาม เมื่อเด็กสาวมีอายุ 16 ปี และเด็กชายมีอายุ 18 ปี อาจจะสูงเพิ่มได้อีกประมาณ 1-2 ซ.ม (Spinal Column Growth) แล้วจะหยุดสูงโดยสิ้นเชิง
     2.2 พันธุกรรม ยีนจากพ่อแม่ปู่ย่าตายาย จะมีผลต่อพันธุกรรมความสูงของเด็กความผิดปกติทางโครโมโซมก็มีผลที่ทำให้เด็กตัวเตี้ยได้
     2.3 โภชนาการ การได้รับอาหารที่เหมาะสมทั้งพลังงาน โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ และที่สำคัญเป็นหลักของกระดูกคือ แคลเซี่ยมและฟอสฟอรัสที่เพียงพอ
     2.4 การพักผ่อนที่เพียงพอ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
     2.5 เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรัก ความอบอุ่นจะเจริญเติบโตได้ดี

3. แคลเซี่ยม ช่วยเร่งให้ร่างกายสูงเร็วจริงหรือ ? 
     คำตอบคือ ไม่ใช่ครับแต่การขาดแคลเซี่ยมที่ผลทำให้ความสูงหยุดชะงักดังกล่าว ควรได้รับแคลเซี่ยมที่เพียงพอ เมื่อประกอบกับปัจจัย อื่นๆ ก็จะช่วยให้ร่างกายสูงเต็มที่มากที่สุด ตามธรรมชาติที่ควรจะเป็นครับ

4. เราต้องการแคลเซี่ยมเท่าใด ? 
     คำตอบคือ ตามมาตรฐานคนไทยกระทรวงสาธารณสุขได้วางข้อกำหนดไว้ ดังนี้ 


    วัย                               ปริมาณแคลเซียมต่อวัน (มก.)
   เด็กเล็ก 1 -6 ปี                     800
   เด็กวัยรุ่น                           1200
   สตรีหมดประจำเดือน       1200
   สตรีมีครรภ์ให้นมบุตร      1200
   ผู้ใหญ่                                  800

5. จะหาแคลเซี่ยมรับประทานได้จากที่ไหน? 
     คำตอบคือ อาหารที่มีมาก อาหารที่มีแคลเซี่ยมมาก ๆ มีดังนี้
ประเภทอาหาร    ปริมาณแคลเซียม (มก.)    ประเภทอาหาร    ปริมาณแคลเซียม (มก.)
ปลาร้าผง              2329                                     ถั่วเหลือง                  245
น้ำปู                       2167                                      เต้าเจี้ยวขาว           180
ใบมะกรูด              1672                                      ถั่วลันเตา                 171
กะปิ                        1565                                      มะกอกไทย            161
งาดำ                      1450                                      เต้าหู้เหลือง            160
กุ้งฝอย                  1339                                      มะเขือพวง              158
ถั่วแดงหลวง           965                                      ไข่เป็ด                      156
นมผง                      909                                       ใบขี้เหล็ก                156
เนยแข็ง                  630                                       ไข่นกกระทา           153
ใบชะพลู                 601                                       ใบบัวบก                  146
เห็ดลม                     541                                       มะขามหวาน           141
ยอดแค                    387                                       ยอดกระถิน             137
พริกชี้ฟ้า                361                                       ไข่ไก่                        126
พริกขี้หนู                360                                       ใบตำลึง                   126
ยอดสะเดา              357                                       ถั่วเขียว                   125
ใบโหระพา              336                                      นมวัว 100 ซีซี          118
เมล็ดบัง                   335                                      ถั่วดำ                        108
เต้าหู้อ่อน                250                                       ผักกาดเขียว           108
ผักคะน้า                  245          

ตัวอย่างอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูง  (ในส่วนที่กินได้  100  กรัม) และทานได้ง่ายที่สุดคือ นมสด อาหารจากธรรมชาติที่มีแคลเซี่ยมมาก ทานง่าย ได้แก่ นม เนย กุ้งแห้ง กะปิ ปลาร้า งาดำ ถั่วแดงหลวง ใบมะกรูด เราสามารถจะประมาณปริมาณแคลเซี่ยมที่ทานได้จากหลากหลายแห่ง ที่สำคัญคือต้องทานทุกวัน วันละมาก ๆ พอ

6. คนไทยได้แคลเซี่ยมจากอาหารที่รับประทานอยู่เพียงพอหรือยัง ? 
     ในส่วนตัวคิดว่า ไม่เพียงพอ เพราะมีการศึกษาวิจัยดังนี้ กองวิเคราะห์อาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้ศึกษาวิเคราะห์แร่ธาตุจากอาหารทุกภาคในประเทศไทย โดยเก็บตัวอย่างอาหารที่ทานเป็นประจำของภาค
นั้น ๆ ผลวิเคราะห์เป็นแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ได้รับในแต่ละวัน  ผลการวิเคราะห์แคลเซี่ยมมีดังนี้
    
แคลเซี่ยมในอาหารที่คนไทยในแต่ละภาคได้รับ (มก. / วัน)
ภาคเหนือ 251.8  ภาคอีสาน 194.8  ภาคกลาง 156  ภาคใต้ 173  เฉลี่ย  195.6
จะเห็นว่าเป็นค่าที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับความต้องการของ คนไทย คือ 800 มก./วัน 
     ยังมีการวิจัยในคนกรุงเทพ ฯ โดยสุ่มในประชากร 396 คน พบว่า แม้ในคนกรุงเทพ ณ ซึ่งนับว่ามีโภชนาการที่ดีพอสมควร ก็ยังได้รับแคลเซี่ยมเฉลี่ยเพียง 361 มก./วัน โดยมีถึง 67 % ได้รับแคลเซี่ยมน้อยกว่า 400 มก./วัน 31% ได้
แคลเซี่ยม 400-800 มก./วัน มีเพียง 2 % ที่ได้แคลเซียมเกิน 800 มก./วัน
     แคลเซี่ยมที่ดูดซึมได้ดี เรียกว่ามีค่า Bioavalabilty สูงที่สุดได้แก่ แคลเซี่ยมคาร์บอเนตซึ่งดูดซึมได้ 40 % สิ่งที่จะช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซี่ยมได้แก่ วิตามินดี 3 ซึ่เราอาจจะได้รับจากอาหารและแสงแดด ภาวะเป็นกรดในกระเพาะอาหาร น้ำตาลแลคโตสและกรดแอมมิโนในนม

     สารที่ลดการดูดซึมแคลเซี่ยม ได้แก่ แอลกอฮอล์ กาแฟ ยาขับปัสสาวะ ยาพวกเตรตร้าไซคลิน ยอลดกรดในอาหาร นอกจากนี้กรดออกซาลิก และกรดไฟติคในพืชผัก สามารถจับแคลเซี่ยม และ ลดการดูดซึมได้ กรดไฟติคจะอยู่ในรูปของเกลือไฟเตท ซึ่งสามารถจะจับกับแร่ธาตุได้ ที่มีการศึกษา อาหารที่มีไฟเตทมากดังกล่าว ได้แก่ ข้าวกล้อง ข้าวเหนียวดำ ลูกเดือย เมล็ดแตงโมแห้ง งาดำ งาขาว ถั่วเหลือง เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วเขียว

7. ถ้าได้รับแคลเซียมไม่พอ จะเกิดอะไรขึ้น ? 
     ในเด็กที่ต้องการแต่ได้รับไม่พอ ก็มีผลทำให้ไม่สูงความสูงหยุดชะงักได้ ส่วนผู้ใหญ่ก็จะมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุน เนื่องจากแหล่งที่มีแคลเซียมที่ดีทีสุดคือนม และผู้ใหญ่บ้านเราไม่มีนิสัยกินนมเหมือนฝรั่ง จึงมีปัญหาทางกระดูกกันมาก ส่วนมากจะพบว่าคนแก่จะหลังโกง กระดูกหักง่าย ยุบง่ายเพราะเป็นโรคกระดูกพรุนนั่นเอง

8. โรคกระดูกพรุน คืออะไร ? 
    โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis ) มีลักษณะดังนี้ 
อาการโรค 
เป็นมากในหญิงวัยกลางคน วัยหมดประจำเดือน (Menopause) และวัยสูงอายุ กระดูกจะบางลงและเปราะ กระดูกหักง่ายแม้ว่า ได้รับอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย เช่น สะโพก ข้อมือ กระดูกสันหลัง หรือมีอาการปวดบริเวณสะโพก ปวดหลัง ตัวเตี้ยลง หลังโค้งงอ เนื่องจากกระดูกสันหลังอ่อนแอ กระดูกยุบตัวเข้าหากัน หญิงวัยสาว ก็มีโอกาสเกิดโรคนี้ได้เหมือนกัน 
สาเหตุ 
ร่างกายสูญเสียแคลเซี่ยมจากกระดูก มากกว่าที่ได้รับเข้าไปสะสม ในกระดูก คือ เกิดการสูญเสียมวลกระดูกมากกว่าที่จะสร้างใหม่ ทำให้กระดูกมีความหนาแน่นน้อยลง สาเหตุเกิดจากเสียความสมดุล ในการทำงานของเซลล์กระดูก 2 ชนิด คือ Osteoclast ซึ่งทำหน้าที่ สลายกระดูก ปลดปล่อยแคลเซี่ยมจากกระดูกเข้าสู่กระแสโลหิต และเซลล์ Osteoblast ซึ่งทำหน้าที่สร้างกระดูกและนำแคลเซี่ยมเข้ามา สะสมในกระดูก กล่าวคือเป็นในช่วงที่ร่างกายหยุดสร้างฮอร์โมนเพศหญิง 
เอสโตรเจน เพราะปกติเอสโตรเจนจะช่วยชะลอการสูญเสีย มวลกระดูก

อาหารที่ควรบริโภค 
1. อาหารที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่ นม ผลิตภัณฑ์นม 
2. อาหารที่มีวิตามิน ดี สูง ได้แก่ ปลาที่มีไขมันมาก ไข่ โดยเฉพาะไข่แดง และควรให้ร่างกายได้รับแสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเวลาเช้าและเย็น 

อาหารที่ไม่ควรบริโภค 
1. อาหารที่มีสารไฟเทตสูง ซึ่งขัดขวางการดูดซึม แคลเซียม ได้แก่ รำข้าว ข้าวกล้อง ถั่วเปลือก แข็ง เป็นต้น 
2. อาหารที่มีสารออกซาเลต ซึ่งทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมจากอาหารน้อยลง ได้แก่ ผักปวยเล้ง ผักกระโดน ผักติ้ว ผักแพว 
3. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งจะเร่งการขับแคลเซียมออกมาทางปัสสาวะ 
4. เครื่องดื่มที่มีสารกาเฟอีน ซึ่งมีฤทธิ์ขับแคลเซียมออกจากกระแสโลหิต 
5. การบริโภคเกลือมากเกินไป จะทำให้ร่างกาย สูญเสียแคลเซียมมากขึ้นได้

     นอกจากนี้การสูบบุหรี่ จะเพิ่มการสูญเสียแคลเซียมออกมาทางปัสสาวะ และการกินยาเพรดนิโซโลน Prednisolone และ ยา Cortico-steroid อื่น ๆ เป็นเวลานาน ๆ จะมีผลข้างเคียงทำให้ร่างกายสูญเสียมวลกระดูกได้

9. รับประทานแคลเซี่ยมมาก ๆ นาน ๆ จะอันตรายหรือไม่ ?
    ไม่อันตรายเลย ถ้าไม่เกินความต้องการประจำวัน (RDI) เช่น ไม่เกิน 800 มก./วัน ในผู้ใหญ่ และเด็กอายุเกิน 1 ปี หรือไม่เกิน 1200 มก./วัน ในผู้หญิงตั้งครรภ์ให้นมบุตร หรือสตรีวัยหมดประจำเดือน ไม่มีอันตรายครับ ไม่มีรายงานว่าจะเป็นนิ่ว หรือกระดูกงอก หรืออันตรายอื่นๆใดเลย ยกเว้นผู้เป็นโรคไตวายเท่านั้นต้องระวัง เพราะคนเป็นโรคไตวาย มักจะต้องจำกัดอาหารฟอสฟอรัส อาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงจำนวนมากจะมีฟอสฟอรัสสูงด้วย เช่น นม ซึ่งคนเป็นโรคไตวายควรหลีกเลี่ยงครับ
    การได้รับแคลเซี่ยมในปริมาณน้อยกว่า 2000 มก. ถือว่าปลอดภัย สำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ทั่วไป ถ้าในปริมาณที่มากกว่า 2000 มก./วัน ถือว่าไม่ปลอดภัย และอาจเป็นอันตรายได้ ถ้าได้รับเช่นนี้ต่อเนื่องหลายๆวัน ติดๆกัน โดยจะทำให้ท้องผูกและอาจทำให้เป็นนิ่วในไตหรือในระบบปัสสาวะได้ 

    สรุปแล้ว แคลเซี่ยม ที่พอเพียงมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย บำรุงกระดูก การขาดแคลนมีผลทำให้ความสูงหยุดชะงักได้ องค์ประกอบที่จะสูงไม่ได้มาจากแคลเซี่ยมแต่เพียงอย่างเดียว อาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงหลากหลายให้เลือก และนมเป็นอาหารที่ท่านง่ายที่สุด ในกรณีที่ทานนมไม่ได้ ก็อาจทานอาหารชนิดอื่นหรืออาหารสุขภาพที่ปลอดภัย ซึ่งเสริมแคลเซี่ยมในบ้านเราก็มีหลายชนิดโดยทานปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป ก็จะเป็นการใส่ใจดูแลทางโภชนาการที่สมบูรณ์
สามารถนำรหัสสมาชิก 132001143 ไปซื้อได้ที่ศูนย์ธุรกิจกิฟฟารินทั่วประเทศได้ค่ะ
สั่งซื้อออนไลน์  สมัครสมาชิก  หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติ่ม
โทร 094-1948478 วันพุธ
Line::Chilaporn2527
Fanpage::วันพุธ giffarine
Email::chilaporn.pila@gmail.com

แคล-ดี-แมกส์ กิฟฟาริน



แคล-ดี-แมก 600
Cal-D-Mag600

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียม ผสมแมกนีเซียม วิตามิน ซี, สังกะสี, แมกกานีส, ทองแดง, วิตามิน อี และวิตามิน ดี3 ชนิดเม็ด ตรากิฟฟารีน

ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณใน 1 เม็ดของ แคล ดี แมก 600 มีดังนี้

แคลเซียม 600 มก. .
แมกนีเซียม 53 มก.
วิตามิน ดี 3 200 หน่วยสากล
วิตามิน ซี 30 มก.
วิตามิน อี 3 หน่วยสากล
สังกะสี 7.5 มก.
ทองแดง 1 มก. 



วิตามินและแร่ธาตุมีคุณประโยชน์ ดังนี้
1. วิตามิน ดี3 เสริมประสิทธิภาพในการดูดซึมแคลเซี่ยมให้ดีขึ้น
2. แมกนีเซียม เป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับการเผาผลาญอาหาร ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน ป้องกันการเป็นตะคริว
3. วิตามินซี เสริมสร้างผนังหลอดเลือด ช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุ เสริมสร้างเซลล์ให้แข็งแรง
4. สังกะสี เป็นส่วนจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของระบบสืบพันธุ์ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
5. ทองแดง ช่วยในการหายใจของเซลล์ เป็นส่วนสำคัญของการสร้างเนื้อเยื่อ และมีส่วนสำคัญต่อการเจริญเติบโตของกระดูก
6. วิตามิน อี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันไม่ให้เซลล์เสื่อมสภาพ ช่วยลดการเกิดโรคหลายชนิดที่เกิดจากเซลล์ถูกทำลาย

หน้าที่สำคัญของแคลเซี่ยม
1. เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ป้องกันความผิดปกติของกระดูก เช่น กระดูกหักง่าย หลังโก่งงอ กระดูกเรียงผิดรูป หรือฟันโยกหลุดง่าย
2. ป้องกันการปวดเกร็งในช่องท้องในผู้หญิงระหว่างมีประจำเดือน
3. ลดอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ และอาการชาตามปลายมือ ปลายเท้า
4. ช่วยให้การเจริญเติบโตในด้านความยาว และความแข็งแรงของเด็กในวัยเจริญเติบโต
5. แคลเซียมช่วยให้กระดูกและฟันมีสุขภาพแข็งแรง
6. ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกเสื่อมและกระดูกหัก
7. ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่
8. ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ
9. มีส่วนช่วยให้จังหวะการเต้นของหัวใจเป็นปกติ
10. ช่วยเผาผลาญธาตุเหล็กในร่างกาย
11. ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก
12. ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกอ่อนในเด็ก
13. ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกน่วม
14. ช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุน
15. ช่วยป้องกันอาการกระดูกหักง่ายในวัยสูงอายุ
16. ช่วยเรื่องระบบประสาท โดยเฉพาะการส่งต่อสัญญาณประสาท โรคจากการขาดแคลเซียม

เด็กเล็ก 1 -6 ปี ปริมาณแคลเซียมต่อวัน (มก.) 800
เด็กวัยรุ่น ปริมาณแคลเซียมต่อวัน (มก.) 1200
สตรีหมดประจำเดือน ปริมาณแคลเซียมต่อวัน (มก.) 1200
สตรีมีครรภ์ให้นมบุตร ปริมาณแคลเซียมต่อวัน (มก.) 1200 - 1500
ผู้ใหญ่ ปริมาณแคลเซียมต่อวัน (มก.) 800
ผู้สูงอายุ ปริมาณแคลเซียมต่อวัน (มก.) 1500

การได้รับแคลเซี่ยมในปริมาณน้อยกว่า 2000 มก. ถือว่า ปลอดภัย สำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ทั่วไป ถ้าในปริมาณที่มากกว่า 2000 มก./วัน ถือว่า ไม่ปลอดภัย และอาจเป็นอันตรายได้ ถ้าได้รับเช่นนี้ต่อเนื่องหลายๆ วัน ติดๆ กัน โดยจะทำให้ท้องผูกและอาจทำให้เป็นนิ่วในไตหรือในระบบปัสสาวะได้

สรุปแล้ว แคลเซี่ยม ที่พอเพียงมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย บำรุงกระดูก การขาดแคลนมีผลทำให้ความสูงหยุดชะงักได้ องค์ประกอบที่จะสูงไม่ได้มาจากแคลเซี่ยม แต่เพียงอย่างเดียว อาหารที่มีแคลเซี่ยมสูงหลากหลายให้เลือก และนมเป็นอาหารที่ท่านง่ายที่สุด ในกรณีที่ทานนมไม่ได้ ก็อาจทานอาหารชนิดอื่นหรืออาหารสุขภาพที่ปลอดภัย ซึ่งเสริมแคลเซี่ยมในบ้านเราก็มีหลายชนิดโดยทานปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป ก็จะเป็นการใส่ใจดูแลทางโภชนาการที่สมบูรณ์



วิธีรับประทานครั้งละ 1 เม็ด พร้อมอาหารเย็น

ฆอ. 1983/2553

ขนาด 60 เม็ด
ราคาปกติ 420 บาท
ราคาสมาชิก 315 บาท
สามารถนำรหัสสมาชิก 132001143 ไปซื้อได้ที่ศูนย์กิฟฟารินทั่วประเทศ
สั่งซื้อออนไลน์ สมัครสมาชิก หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติ่ม
โทร 094-1948478 วันพุธ
Line id ::Chilaporn2527
Fanpage :: วันพุธ giffarine
Email:; chilaporn.pila@gmail.com
 


วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559

มะเขือเทศชนิดเม็ดค่ะ

ไลโคพีน เป็นสารแคโรทีนอยด์ พบกระจายอยู่ทั่วไปในร่างกายคนเรา โดยพบได้มากที่ต่อมหมวกไต และลูกอัณฑะ แต่ เนื่องจากร่างกายมนุษย์ ไม่สามารถสังเคราะห์ ขึ้นเองได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับจากการบริโภคเข้าไป– มีบทบาทในการป้องกันและลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นเรื่องที่เขามีงานวิจัยมากที่สุด
– ช่วยลดการเติบโตของต่อมลูกหมากในผู้ป่วยต่อมลูกหมากโต มีงานวิจัยที่มีแนวโน้มว่าได้ผลหลายงานวิจัยครับ
– ช่วยบำรุงผิว ทำให้ผิวเนียนนุ่ม ป้องกันผิวเสียจากแสงแดด
– มีคุณสมบัติ ช่วยต้านมะเร็งรังไข่ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งปอด
– ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด
– ช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคกระดูกพรุน

– ช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพของตัวอสุจิในชายที่มีบุตรยาก

ขนาดบรรจุ 30 แคปซูล (1แคปซูลให้ไลโคพีน 6 มก.)ราคาปกติ 512บาท  ราคาสมาชิก384บาท 
สามารถนำรหัสสมาชิก1320011ซื้อได้ที่กิฟฟารินทั่วประเทศ  สั่งซื้อออนไลน์ สมัครสมาชิก หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติ่มได้ที่ โทร 094-1948478 วันพุธ Line id::Chilaporn2527  Fanpage::วันพุธ giffarine
  Email ::chilaporn.pila@gmail.com  ได้ทุกวันค่ะ

อาหารเสริม สินค้าใหม่


 Zinc And Collagen คอลลาเจนพลัสซิงก์แบบเม็ด

ตัวนี้เหมาะกับคนที่ต้องการ 👉ลดสิว 😰หน้ามัน 👴ผมร่วงจากสิว ได้ทั้งชายและหญิงเลยนะคะ 
อีกทั้งยัง เสริมสร้างกล้ามเนื้อ บำรุงผิวพรรณ และช่วยสมรรถภาพในชายที่มีบุตรยากได้ด้วย
🌈ทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่🌈 วันละ 2 เม็ดค่ะ
ราคาก็ไม่แพงด้วยน๊าาา😘😘😘
ขนาดบรรจุ 30แคปซูล
ราคาปกติ 420บาท
ราคาสมาชิก 315 บาท
สามารถนำรหัส 132001143 ไปซื้อได้ที่ศูนย์กิฟฟารินได้ทั่วประเทศค่ะ
สั่งซื้อออนไลน์ สมัครสมาชิก หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่เติ่มได้ที่
โทร::0941948478 วันพุธ
Fanpage::;วันพุธ giffarine
Email:: chilaporn.pila@gmail.com

อาหารเสริมกระดูกค่ะ


คุณเคยมีอาการแบบนี้ไหมค่ะ
-ปวดตามข้อต่างๆ(เมื่อเหยียดขาหรือลุกขึ้นยืนหลังจากที่นั่งหรืองอเข่าเป็นเวลานาน)
-ได้ยินเสียงลั่นดังกร็อบแกร๊บในข้อเมื่อเคลื่อนไหว
-ข้อติด ขยับได้ยาก( โดยเฉพาะช่วงเช้าและหลังตื่นนอน) มีการเคลื่อนไหวข้อได้น้อยลง
-มีอาการปวด ข้อบวม ข้อโก่ง ข้อผิดรูปร่าง
อาการดังกล่าวบ่งบอกถึงสภาวะ ข้อเสื่อม ซึ่งมีสาเหตุจากการที่กระดูกอ่อนบริเวณผิวของข้อถูกทำลาย
จนไม่สามารถสร้างและซ่อมแซมได้ทัน ทำให้กระดูกอ่อนสึกกร่อน ไม่สามารถรับน้ำหนักหรือแรงกระแทกต่างๆได้ ถ้าผิวข้อสึกกร่อนมากขึ้นจนถึงเนื้อกระดูกใต้ผิวข้อ จะเกิดอาการอักเสบและเจ็บปวดรุนแรง  จนไม่สามารถรับน้ำหนักจากการทำกิจวัตรประจำวันได้
อันดีเนอเจอร์ คอลลาเจน ไทพ์-ทู (UC-II)
สารสกัดจากอเมริกา ตัวช่วยสำคัญที่ช่วยดูแลปัญหาข้อเสื่อมได้ตรงจุดและเห็นผลมากกว่าที่เคย
กลไกการสร้างและทำลาย กระดูกอ่อนของร่างกายปกติร่างกายของเรามีกระบวนการสร้างและทำลายกระดูกอ่อนตลอดเวลา หากเปรียบกระบวนการเหล่านี้เหมือนการเติมน้ำลงในถังที่มีรูรั่ว โดยการเปิดน้ำใส่ถัง คือการที่ร่างกายได้รับคอลลาเจนเพื่อเข้าไปสร้างกระดูกอ่อน ขณะที่รูรั่วก็คือการทำลายกระดูกอ่อน ถ้าน้ำไหลออกมากกว่าการติมเข้า น้ำในถังก็จะลดลง เช่นเดียวกันกับกระดูกอ่อนผิวข้อ หากมีการทำลายมากกว่าสร้างกระดูกอ่อนก็จะบางลง ซึ่งการได้รับคอลลาเจนทุกชนิด จะเป็นการเสริมสร้าง/ซ่อมแซมกระดูกอ่อน (เหมือนการเติมน้ำลงในถัง) แต่การได้รับ อันดีเนเจอร์ คอลลาเจน ไทพ์-ทู จะเป็นตัวช่วยลดการทำลายกระดูกอ่อน (เสมือนเป็นตัวอุดรูรั่วลดการสูญเสียน้ำจากถังได้นั่นเอง)





รับประทานวันละ1-2 เม็ด
ขนาดบรรจุ 30 แคปซูล
ราคาปกติ 680 บาท
ราคาสมาชิก 510 บาท
สั่งซื้อออนไลน์  สมัครสมาชิก  หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติ่ม 
รหัสสมาชิก 132001143 สามารถนำไปซื้อได้ในราคาสมาชิกที่ศูนย์กิฟฟารินทั่วประเทศค่ะ
โทร 094-1948478 ; วันพุธ
Line id; Chilaporn 2527
Fanpage; วันพุธ giffarine
Email;; chilaporn.pila@gmail.com

เครื่องสำอางค่ะ

เครื่องสำอางเราก็มีนะค่ะ