ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วิตามินและเกลือแร่ ผสมจมูกถั่วเหลือง ชนิดเม็ด ตรากิฟฟารีน
ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณใน 1 เม็ด : ไดแคลเซียมฟอสเฟต ไดไฮเดรต 625 มก. ผลวิตามินและเกลือแร่รวม 250 มก. จมูกถั่วเหลือง 100 มก.
ขนาดรับประทาน : วันละ 1 เม็ด พร้อมอาหาร
คำเตือน : อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
ฆอ. 2989/2553
ขนาด 60 เม็ด
ราคาสมาชิก 360 บาท (ราคาปกติ 480 บาท)
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ วิตามิน เกลือแร่ และจมูกถั่วเหลือง
โปรตีน เป็นหนึ่งในอาหารหลัก 5 หมู่ที่เป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย สำหรับการเจริญเติบโต เสริมสร้างภูมิต้านทานและซ่อมแซมส่วนที่บกพร่องของร่างกายให้เป็นปกติ แหล่งของโปรตีนที่ได้จากพืชที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือ ถั่วเหลือง และปัจจุบันได้มีการสกัดเอาเฉพาะ โปรตีน จาก ถั่วเหลืองหรือที่เรียกว่า Isolated Soy Protein มาทำเป็นผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลายชนิด เช่นอาจจะสกัดมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดผง เพื่อให้รับประทานได้ง่าย เป็นต้น โปรตีน สกัดจากถั่วเหลืองจะมีคุณภาพสูง ให้กรดอะมิโนต่างๆรวมทั้ง กรดอะมิโน จำเป็น ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างได้เอง มีปริมาณ โปรตีน สูงจึงเหมาะกับผู้ที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ ( มังสวิรัติและผู้รับประทานเจ ) ในถั่วเหลืองมีสาร Isoflavone Phytoestrogens ซึ่งช่วยในเรื่องการป้องกัน หลอดเลือด แข็งตัวได้ องค์การอาหารและยาของอเมริกา (Food and Drug Administration, FDA ) และสมาคมแพทย์โรคหัวใจในอเมริกา (American Heart Association, AHA)ได้แนะนำให้กิน โปรตีน จาก ถั่วเหลือง 25 กรัม ต่อวันและให้ โปรตีนจาก ถั่วเหลือง เป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่มี ไขมันอิ่มตัวและ โคเลสเตอรอลต่ำ ซึ่งจะลดความเสี่ยงของ โรคหัวใจ และ หลอดเลือด นอกจากนี้แล้วการรับประทานอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองซึ่งมีไอโซฟลาโวน เป็นส่วนประกอบและมีสูตรโครงสร้างคล้ายเอสโตรเจนอย่างสม่ำเสมอ อาจจะเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกและอาจจะช่วยลดอาการร้อนวูบวาบที่เกิดจากภาวะหมดประจำเดือนได้
วิตามิน เป็นสารที่ร่างกายต้องการในปริมาณเพียงเล็กน้อยต่อวัน แต่มีความจำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย ตั้งแต่การหายใจของเซลล์ การสร้างเนื้อเยื่อ การผลิตพลังงานสำหรับดำรงชีวิต จำเป็นสำหรับการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ สรุปคุณสมบัติของ วิตามิน (อ้างอิงที่ 1) • เป็นสารที่ร่างกายต้องการในปริมาณเพียงเล็กน้อยต่อวัน แต่มีความจำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย ตั้งแต่การหายใจของเซลล์ การสร้างเนื้อเยื่อ การผลิตพลังงานสำหรับดำรงชีวิต จำเป็นสำหรับการทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่นการสร้างเม็ดเลือดแดง การทำงานของระบบประสาท การมองเห็น การสร้างกระดูก จึงเป็นสารสำคัญที่จำเป็นต่อร่างกายและร่างกายขาดไม่ได้ • Vitamin A วิตามินเอ ช่วยการมองเห็นในที่มืด ทำให้การเจริญและการพัฒนาของเซลล์บุผิวเป็นปกติ มีบทบาทในการเจริญเติบโตของกระดูก ฟัน ทารกในครรภ์ ถ้าขาดจะเกิดอาการเกี่ยวกับตา (เยื่อตาแห้ง เหี่ยวย่น กลัวแสงสว่าง) อาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ (เยื่อบุทางเดินหายใจลอกหลุดง่าย ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย) และอาการเกี่ยวกับผิวหนัง (ทำให้ผิวหนังแห้ง หยาบกร้านเป็นเกล็ด) • Vitamin D วิตามินดี ช่วยในเรื่องการดูดซึมแคลเซียม ถ้าขาด จะทำให้การดูดซึมแคลเซียม ลดลง ทำให้ต้องดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ ส่งผลทำให้ กระดูกอ่อน และจะมีอาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อ ปวดข้อ โลหิตจาง อ่อนเพลีย กล้ามเนื้อไม่มีแรง • Vitamin E วิตามินอี เป็น antioxidant ช่วยป้องกันการแตกสลายของเยื่อหุ้มเซลล์ ทำให้เม็ดเลือดแดงไม่แตกง่าย , มีความจำเป็นต่อการเจริญและพัฒนาของเซลล์ประสาท ถ้าขาด เม็ดเลือดแดงจะมีชีวิตสั้น รวมถึงมีผลต่อการเจริญของกล้ามเนื้อด้วย • Vitamin K วิตามิน เค ช่วยเสริมสร้างการทำงานของตับในการสร้างสารที่จำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือดหลายชนิดได้แก่ prothrombin, proconvertin ถ้าขาดจะทำให้เลือดแข็งตัวช้า • Vitamin B1 วิตามินบี 1 มีความจำเป็นต่อระบบเผาผลาญอาหารและระบบประสาทของร่างกาย ถ้าขาดจะเป็นโรคเหน็บชา อาการสำคัญจะเกี่ยวข้องกับระบบประสาท ระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยทางระบบประสาทจะมีอาการชาตามมือตามเท้า ตากระตุก แขนขาอ่อนแรง ส่วนอาการทางสมองพบว่า เนื้อสมองจะถูกทำลาย ผู้ป่วยจะมีอาการความจำเสื่อม สำหรับทางระบบหัวใจและหลอดเลือดพบว่า หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น หัวใจมีขนาดโตขึ้น • Vitamin B2 วิตามินบี 2 มีความจำเป็นต่อการหายใจของเซลล์ และการรักษาสภาพของเยื่อบุผิว ถ้าขาด ในช่วงเริ่มแรกริมฝีปากจะอักเสบ แห้งและแตก มุมปากจะซีดแตก (โรคปากนกกระจอก) และเมื่อเป็นมากขึ้นจะมีอาการทางผิวหนัง ใบหน้ามีสะเก็ดมันๆ ต่อมาจะมีอาการอักเสบของตา ตาสู้แสงไม่ได้ คันตา และแสบลูกตา • Niacin or Vitamin B3 ไนอะซิน หรือวิตามินบี มีส่วนช่วยในการผลิตกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ถ้าขาดจะมีผลต่อระบบประสาทส่วนปลาย เช่นปลายประสาทอักเสบ ไขสันหลังและสมอง ซึ่งอาจมีอาการคลุ้มคลั่งและชัก หมดสติ นอกจากนี้ยังมีผลต่อระบบผิวหนังคือ ผิวหนังมีลักษณะหยาบ เป็นจ้ำ สีม่วงหรือสีเข้ม รวมถึงมีผลต่อระบบทางเดินอาหารคือ ลำไส้เล็กอักเสบ ท้องเดิน • Pantothenic acid or Vitamin B5 กรดแพนโทธินิค หรือวิตามินบี 5 มีความเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาชีวเคมีในร่างกายหลายอย่าง เช่น การเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต, การสังเคราะห์กรดไขมัน ถ้าขาด อาจจะมีอาการปวดท้อง อาเจียน และ เป็นตะคริว อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ • Vitamin B6 or Pyridoxin วิตามินบี 6 หรือ ไพริดอกซิน มีความสำคัญต่อปฏิกิริยาทั้งหมดในกระบวนการที่เกี่ยวกับปฏิกิริยาทางชีวเคมี (metabolism) ของกรดอะมิโน (สร้างและสลายโปรตีน ) มีบทบาทในการสร้างเม็ดเลือดแดง ถ้าขาดจะมีอาการ อ่อนเพลีย ชาตามปลายมือปลายเท้า โลหิตจาง รวมถึงมีอาการทางประสาท เช่น สับสน ซึมเศร้า และชัก • Folic acid or Vitamin B9 กรดโฟลิก หรือวิตามินบี 9 มีบทบาทในการสังเคราะห์ DNA & RNA รวมถึงการสังเคราะห์กรดอะมิโนบางตัว เช่น glycine, methionine และทำงานร่วมกับ B12 ในการสร้างเม็ดเลือด ถ้าขาดจะเกิดอาการปากเปื่อย ลิ้นแดงอักเสบ ท้องเดิน น้ำหนักตัวลด เป็นโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงโตกว่าปกติ ( Megaloblastic anemia ) ผมหงอกเร็ว เฉื่อยชา เกียจคร้าน ขี้ลืม แก่เร็ว • Vitamin B12 วิตามินบี 12 มีความจำเป็นต่อกระบวนการที่เกี่ยวกับปฏิกิริยาทางชีวเคมี (metabolism) ของคาร์โบไฮเดรต, ไขมัน, โปรตีน มีบทบาทในการเจริญและแบ่งตัวของเซลล์ รวมทั้งการสังเคราะห์ myelin (สารหุ้มเส้นประสาท) ด้วย มีความสำคัญต่อการสร้างเซลล์ผิว โดยเฉพาะเยื่อบุทางเดินอาหาร ถ้าขาดจะมีผลต่อระบบทางเดินอาหาร , โลหิตจาง , ชาตามมือและเท้า ถ้าขาดมากจะมีอาการสับสน และประสาทหลอนได้ • Biotin or Vitamin H ไบโอติน หรือวิตามิน เอช ถ้าขาดจะเป็นโรคผิวหนัง ผิวหนังมีสีเทา อ่อนเพลีย โลหิตจาง โคเลสเตอรอลในเลือดสูงกว่าปกติ • Vitamin C วิตามินซี มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการสร้างคอลลาเจน เป็น antioxidant ช่วยเพิ่มการดูดซึมของเหล็ก ถ้าขาดจะมีเลือดออกตามไรฟัน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เหงือกบวม ฟันหลุดง่าย
สรุปคุณสมบัติของ เกลือแร่ (อ้างอิงที่ 1) • คือสารอนินทรีย์ ทำหน้าที่เกี่ยวกับชีวิตในร่างกายมนุษย์ เป็นส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับระบบการหายใจ และระบบเอนไซม์ ช่วยควบคุมการซึมผ่านผนังเยื่อเซลล์และหลอดเลือดฝอยต่างๆ • Calcium แคลเซียม มีบทบาทในการสร้างกระดูกและฟัน มีความสำคัญในการควบคุมการเต้นของหัวใจ การส่งสัญญาณประสาท ช่วยในระบบเอนไซม์หลายชนิด ถ้าขาดจะเป็นโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ การเจริญเติบโตช้า กระดูกอ่อน ฟันผุ • Iron เหล็ก รวมกับโปรตีนและทองแดงเพื่อสร้างฮีโมโกลบินซึ่งเป็นส่วนประกอบของเลือด จำเป็นสำหรับเอนไซม์ช่วยในการเผาผลาญโปรตีน ถ้าขาดจะเป็นโรคโลหิตจางเนื่องจากจำนวนฮีโมโกลบินลดน้อยลงในเม็ดเลือดแดง ผิวหนังซีด เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ปวดหัว ความต้านทานต่อการติดเชื้อลดลง • Iodine ไอโอดีน จำเป็นสำหรับสุขภาพและการทำหน้าที่ของต่อมไธรอยด์ สำหรับผลิตฮอร์โมนที่ชื่อ ไธรอกซินและไตรไอโอโดไธโรนิน ซึ่งจะช่วยควบคุมการเผาผลาญ การผลิตพลังงาน และอัตราการเจริญเติบโต รวมถึงยังช่วยในการรักษาผิวหนัง เล็บและผม ให้มีสุขภาพดี ถ้าขาดจะเซื่องซึม เหนื่อยง่าย ความดันต่ำ ผิวหนังและผมแห้ง เป็นโรคคอพอก โคเลสเตอรอลสูง เป็นโรคหัวใจ ไม่สนใจทางเพศ • Zinc สังกะสี ช่วยในการสังเคราะห์โปรตีน เป็นส่วนประกอบของเอนไซม์หลายชนิดซึ่งสำคัญในการย่อยอาหารและการเผาผลาญ จำเป็นสำหรับการหายใจของเนื้อเยื่อ จำเป็นต่อการเจริญเติบโต ถ้าขาดจะทำให้การเจริญเติบโตช้า แผลหายช้า เป็นโรคผิวหนัง มีจุดขาวที่เล็บ เบื่ออาหาร ผมร่วง มีรังแค การไหลเวียนของเลือดไม่ดี ผนังหลอดเลือดแข็ง • Copper ทองแดง จำเป็นเพื่อให้เหล็กถูกดูดซึม และจำเป็นสำหรับการเผาผลาญโปรตีน ร่วมกับวิตามินซีในการสร้างอีลาสติน สำคัญในระบบโครงสร้าง เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ถ้าขาดจะมีอาการโลหิตจางเนื่องจากการดูดซึมเหล็กไม่ดี ผมร่วง ผมหงอก มีแผลที่ผิวหนัง • Manganese แมงกานีส มีความสำคัญในระบบเอนไซม์ต่างๆซึ่งจำเป็นสำหรับการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ช่วยมนการขนส่งสัญญาณระหว่างสมอง ประสาท และกล้ามเนื้อ จำเป็นสำหรับระยะให้นมลูกและการสร้างเสริมระบบโครงสร้างของร่างกาย ถ้าขาด การเจริญเติบโตจะช้า กล้ามเนื้อไม่มีแรง การทรงตัวไม่ดี การสร้างกระดูกและกระดูกอ่อนผิดปกติ • Selenium ซีลีเนียม เป็น antioxidant ทำงานใกล้ชิดกับวิตามินอี เพื่อรักษาเนื้อเยื่อต่างๆให้มีความยืดหยุ่นและช่วยให้หัวใจทำหน้าที่ได้ดีขึ้น สำคัญในการช่วยไม่ให้เป็นหมัน โดยช่วยให้เชื้ออสุจิมีความแข็งแรง ช่วยเพิ่มความต้านทานต่อการเป็นโรค ถ้าขาดจะทำให้แก่ก่อนวัย กล้ามเนื้อฝ่อ เป็นโรคหัวใจ และอาจเป็นหมัน มะเร็งในระบบย่อยอาหาร • Molybdenum โมลิบดีนัม เป็นส่วนประกอบในเอนไซม์หลายชนิด เป็นส่วนที่จำเป็นสำหรับเอนไซม์แซนธีน ออกซิเดส ซึ่งสำคัญในการเคลื่อนย้ายเหล็กออกจากตับ และจำเป็นสำหรับเอนไซม์อัลดีไฮด์ ออกซิเดส ซึ่งสำคัญในกระบวนการออกซิเดชั่น • Chromium โครเมียม เป็นแร่ธาตุจำเป็นช่วยในการควบคุมการเผาผลาญของกลูโคสตามปกติ สำคัญในการสังเคราะห์กรดไขมันและโปรตีน สำหรับความต้องการของวิตามินและเกลือแร่ในแต่ละวัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้จัดทำบัญชีสารอาหารที่แนะนำให้ควรบริโภคประจำวันสำหรับคนไทย อายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป (Thai Recommended Daily Intakes – Thai RDI) ขึ้น โดยมีข้อมูลของวิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆ ดังนี้
ลำดับที่ สารอาหาร ปริมาณที่แนะนำต่อวัน หน่วย 1 Vitamin A 2,664 Universal Unit 2 Vitamin B1 1.5 Milligram 3 Vitamin B2 1.7 Milligram 4 Niacin 20 Milligram N.E 5 Vitamin B6 2 Milligram 6 Folate 200 Microgram 7 Biotin 150 Microgram 8 Pantothenic Acid 6 Milligram 9 Vitamin B12 2 Microgram 10 Vitamin C 60 Milligram 11 Vitamin D 200 Universal Unit 12 Vitamin E 15 Universal Unit 13 Vitamin K 80 Microgram 14 Calcium 800 Milligram 15 Phosphorus 800 Milligram 16 Iron 15 Milligram 17 Iodine 150 Microgram 18 Magnesium 350 Milligram 19 Zinc 15 Milligram 20 Copper 2 Milligram 21 Potassium 3,500 Milligram 22 Sodium 2,400 Milligram 23 Manganese 3.5 Milligram 24 Selenium 70 Microgram 25 Fluoride 2 Milligram 26 Molybdenum 160 Microgram 27 Chromium 130 Microgram 28 Chloride 3,400 Milligram
(Reference No. 2)
สั่งซื้อออนไลน์ สมัครสมาชิก หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติ่ม
โทร 094-1948478 ;วันพุธ
Line::Chilaporn 2527
Email:: chilaporn.pila@gmail.com
http://anattara.com/?id=10275
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น